ตอนผมเป็นเด็กๆ พ่อแม่เคยถามผมว่า ผมอยากเป็นอะไร

ผมก็ตอบไปเรื่อยตามประสาเด็ก ว่าอยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร

พอโตมาชั้นม.2 ม.3 ก็มีครูแนะแนว

ครูเค้าก็ถามผมอีก โตขึ้นอยากเป็นอะไร?

ในใจผมอยากจะตอบ อยากเป็น จูเร้นเจอร์ เป็นซุปเปอร์แมน เป็นโงกุน

แต่เอาเข้าในความเป็นจริง

ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผมอยากเป็นอะไร?

ผมแน่ใจว่าตั้งแต่เด็กมาจนถึงม.3

ผมถูกสอนว่าคำตอบที่ถูกต้องมันต้องมีแค่ หนึ่งเดียวเท่านั้น!!

พอเข้ามาม.4 ผมอยู่สายวิทย์

ทั้งคณิตศาสตร์ ทั้งฟิสิก หรือแม้แต่ชีวะ

ผมไม่เข้าใจ ที่ครูสอนแม้แต่น้อย

ในคณิตศาสตร์ ยิ่งวิชาเกี่ยวกับ ยูเนี่ยน หรือ อินเตอร์เสก

ซึ่งจะได้คำตอบมากกว่าหนึ่ง

มันทำให้ผมงงเป็นไก่ตาแตก

โดยสรุปผมจบ ม.ปลายมาได้ด้วยผลการเรียนที่กระท่อนกระแท่น

พอจบ พ่อแม่ผมก็ถามผมอีก

อยากเรียนที่ไหนหรือลูก?

ถามใจผมจริงๆ ผมตอบได้เลยว่า

ผมไม่รู้คับ

สุดท้ายผมก็เรียนตามใจพ่อ

ก็คือไปเรียนที่คณะประมง ม.เกษตรนี่เอง

พอเข้ามาเรียนมหาลัย

วิชาที่สอน ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นท่องจำ

ซึ่งมันไม่ยากอะไรถ้าจะขยันอ่าน ขยันจำและก็ไปสอบ

ผมจบมาด้วยสองกว่าๆโดยไม่ยากอะไร

ต่อโทได้ด้วยบุญบารมีของอาจารย์ที่รักและเอนดูผม

มาถึงตอนนี้ผมต้องทำวิจัยส่ง

มันมีสองทางให้เลือก

1. แผนงานวิจัยสุดหรูที่มีแบบแผนเรียบร้อยตั้งแต่ต้นจนถึงจบ

แต่ผมไม่ได้ชอบเลย

กับ

2. แผนงานวิจัยสุดอลังการงานสร้างที่ผมมองแล้วว่า

ถ้าทำไปมันต้องมีปัญหาตามมาเยอะมากแน่ๆ

และมันยากสุดๆ

แต่ผมชอบมากๆ

ให้เลือกระหว่าง ทำให้มันเสร็จๆจะได้จบๆ

กับได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ เสร็จไม่เสร็จก็ช่างแม่ง!!

ตอนแรก ความพะวงในเรื่องต่างๆเช่น

เพื่อนจบกันหมดแล้ว ทำไมตรูยังไม่จบฟระ

คนอื่นเค้าทำไปต้องเยอะแล้ว ของตรูยังไม่ได้เริ่มทำ

หรือปัจจัยอะไรต่างๆอีกมากมาย

ทำให้ผมสับสน

แต่มาตอนนี้ผมรู้แล้วว่า

ผมควรจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบดีกว่า

ทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าท้าทาย และอยากที่จะทดสอบความสามารถตัวเอง

อะไรทำให้ผม "รู้"

ผ่านมาจาก ม.3 ถึงตอนนี้ ป.โทปีสอง

เป็นว่าเกือบ 10 ปี

บางครั้งการที่เราซักคนจะ"รู้"อะไรบางอย่าง

มันก็ต้องใช้เวลานะคับ

เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า

จะต้องเป็นสุดยอดเท่านั้น

ถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต

แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่

ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง

เอาเป็นว่ามันเหมือนกับร้านอาหารละกัน

ร้านแรกทำอาหารอร่อยมาก

แต่บริการไม่ดีเลย ไม่เอาใจใส่ลูกค้า

ที่นั่นร้านคับแคบ สกปรก

กับร้านที่สอง

ทำอาหารอร่อยสู้ร้านแรกไม่ได้หรอก

แต่ บริการดีเยี่ยม เอาใจใส่ลูกค้าสุดยอด

ที่นั่งร้าน กว้างขวาง สะอาด

ท่านคิดว่า ร้านไหนที่น่าจะขายดีละคับ?

บางครั้งการเป็นสุดยอดอะไรอย่างหนึ่ง

ใช่ว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จเสมอไป

การที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้

มันต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่างเข้าประกอบกัน

แต่คุณก็ต้องมี"แก่น"ที่เป็นศูนย์รวมของปัจจัยหลายๆอย่างนั้น

แก่นที่ว่าก็คือ "ความสามารถในวิชาชีพของคุณนี่เอง"

หากแก่นของคุณมันสุดยอด มันเจ๋งเป้ง

ก็เหมือนกับรถที่มันมีเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม

ทำให้ไปถึงเส้นชัยได้ไม่ยาก

(ขอย้ำว่า การจะไปถึงเส้นชัยมันก็ต้องอาศัย ปัจจัยอื่นๆอีกหลายอย่างอีก

เพียงแต่การมีเครื่องยนต์ที่ดีจะทำให้คุณได้เปรียบคนอื่นเท่านั้นเอง)

คุณบัญฑิต ที่เป็นคอนดักเตอร์ระดับโลก

เคยกล่าวไว้ว่า

การที่เราจะไปเป็นสุดยอดได้ เราต้องมี 3ข้อนี้ คือ

1. ต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ

(รักจริงๆนะคับ เอาแบบว่าขอให้ได้ทำเถอะ ไม่ได้เงินเดือนกรูก็เอา)

2. ต้องรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง

(ฟังดูง่ายแต่ความจริงแล้วยากมากๆ

การจะรู้ข้อสองให้ได้นี่มันต้องให้เวลากับตัวเองมากๆเลยนะคับ)

3. ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

(พูดง่ายๆก็คือ คนอื่นเค้าก็ได้ประโยชน์จากความสามารถของเรา)

และทีสำคัญ

อันนี้ผมขอเสริม จากป๋าแจ๊คนะคับ

ความสำเร็จเกิดจากผลึกของความล้มเหลว

ทับถมกันเป็นชั้น ๆ ผลึกชิ้นที่อยู่ชั้นบนสุด

เราเรียกว่าความสำเร็จ

อยากประสบความสำเร็จ

ต้องไม่เข็ดความลำบาก

แต่ด้วยปัจจุบัน

ด้วยเหตุหลายๆอย่าง

ด้วยพื้นฐานที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะทางบ้านแตกต่างกัน

ทำให้"โอกาส"ที่ทุกคนต้องการ

มันอาจจะมีเพียงบางคนเท่านั้นที่ได้"มัน"ไป

ผมเชื่อคับว่าทุกคนก็อยากทำสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองชอบ

แต่มีน้อยคนคับที่จะได้ทำดังเช่นใจหวัง

ที่ผมพูดมาทั้งหมดเพื่อที่จะบอกว่า

ถ้าวันหนึ่ง"โอกาส"นั้นได้มาถึง

ผมอยากให้คุณ"ไม่พลาด"มันไปคับ

อยากให้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา

คืออะไร?

สำหรับผมตอนนี้ได้มีโอกาสได้ทำสิ่งที่รัก

ถึงแม้ว่ามันจะยากและมีปัญหามากแค่ไหนผมก็ไม่สน

ขอเพียงให้ได้ทำก็พอ

ซึ่งผมคิดว่าผมโชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสเช่นนี้

และอีกอย่าง

ผมรู้ว่าคำตอบ มันไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวเสมอไปหรอกคับ

กับบางเรื่องบางอย่าง

มันอาจมีหลายคำตอบ

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกคำตอบไหน

เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับเราตางหาก

ความจริงที่ผมเขียนมานี่

ผมอยากพูดว่า การศึกษาเมืองไทย

หากยังสอนให้เอาแต่ท่องจำต่อไป

มันก็เหมือนเป็นภัยทำร้ายตัวเอง

สิ่งสำคัญที่ผมเห็นว่า

จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จความอยู่รอดได้

คือ ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดที่ยืดหยุ่น ไม่อยู่ในกรอบ

ความเข้าใจในสถาณการและปัญหาตอนนั้น

ความกล้าที่จะท้าท้ายต่อปัญหาที่คนอื่นๆเค้าเลี่ยง

ถามจริง มันมีซักหลักสูตรมั้ยที่สอนเรื่องแบบนี้ในกระทรวงศึกษา

ผมอยากรู้จริงๆ

มีคนเค้ากล่าวว่า ถ้าไม่จำ เราจะไม่เข้าใจ

อันนี้ผมไม่เถียงนะ

ว่าการที่เราจะเข้าใจอะไรซักอย่าง

ข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ

การจำข้อมูลที่สำคัญได้จะทำให้เรา

"รู้" ว่า มันเป็นอย่างไร

และเราก็จะ"เข้าใจ"มันได้

แต่ผมสนใจการทำให้"รู้" เพื่อ"เข้าใจ"มากกว่าการ"จำ"

อยากจะให้คุณครูสมัยนี้ทุกคน

สอนอะไรนักเรียนที่มากกว่า "การท่องจำ"

เพราะความเข้าใจจะทำให้เรามองอะไรได้หลากหลายกว่าการท่องจำคับ

เหมือนคำกล่าวที่ว่า

คนไม่เข้าใจมองเห็นปัญหาทุกทางออก แต่คนเข้าใจมองเห็นทางออกทุกปัญหา

(ฟังดูคุ้นๆนะเนี่ย)

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนจบนะคับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับได้ทำสิ่งที่ตัวเองรักนะคับ

สวัสดี

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอขอบคุณเพลง จาก ท่านอาจารย์ดนู อันตระกูล คับ

เอนทรี่แนะนำ เสี่ยวป้อแนะนำร้านอาหารต่างๆที่เคยไปชิม (ตอบtagพี่หมงด้วยคับ)

http://seaugpor.exteen.com/20080429/tag

edit @ 29 Apr 2008 16:51:30 by seaugpor

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สู้เขา โมโม่แมน ฮัดช่า

sad smile sad smile sad smile

#1 By iheartia on 2008-04-28 15:33

โอ้ เฮีย มาเชียร์กันถึงที่นี่เลยเหรอ
ซาบซึ้งมากๆคับ

#2 By seaugpor on 2008-04-28 15:34

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ให้ห้าดาวเลยค่ะ big smile

แอบคิดมาตั้งแต่โดนเรียกตอบคำถามนั้นสมัยป.3เหมือนกัน ...ว่าทำไมคนอื่นในห้องมันตอบชัดเจนมากว่าจะโตเป็นนั้นเป็นนี้ พวกเอ็งรู้กันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย (จำเพลงป๋าเบิร์ดมาชัดๆ ผมจะเปงตะหาร~~ นู๋จะเปงพยาบาน~~)

เราโชคดีที่มีแม่ที่ไม่ตั้งความหวังกับเราค่ะ (ฮาๆๆ ฟังดูแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่เนาะ) จบม.ต้นก็ไปต่อสาย ป.ว.ช. เลย แล้วก็เอนท์อย่างขำๆ ด้วยอารมณ์เบื่ออาหารที่โรงเรียน จนอยากเปลี่ยนที่เรียนดู (บ้า) ติดคณะขำๆ อย่างขำๆ (ติดปรัชญาและศาสนา sad smile ฮาๆ ขำชีวิตดีออก เพราะก่อนหน้านี้เป็นคนไม่ชอบวิชาปรัชญาและเบื่อวิชาศาสนา)

เนื่องจากขี้เกียจเอนท์ใหม่ และไม่อยากเรียนเอกชนซึ่งค่าเทอมแพง (และเรามั่นใจว่าเราเรียนไม่คุ้มค่าเทอมแน่ๆ) ก็เลยกะว่าเรียนๆให้มันจบตรีซักใบแล้วกัน ไหนๆก็เอนท์ติดแล้ว

อยากจะขอสรุปว่า น่าจะมีวิชาปรัชญาในวิชาบังคับของกระทรวงศึกษาตั้งแต่ระดับประถมจัง... เฮ้อ... เผื่อคนไทยรุ่นหลังๆจะคิดนอกกรอบกันเป็นบ้าง (จะมีประเทศไหนอีก รีรันหนังน้ำเน่ามาสร้างใหม่ 4-5 รอบ+ ในช่วงอายุคนเดียว sad smile )

#3 By LUMiN on 2008-04-28 16:08

คห.4 พี่LUMiN อ่านแล้วขำมาเลยคับ
พวกเองรู้ได้งายยยว่ะ ว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร
ถามเด็กที่อยากเป็นทหาร ทำไมหนูอยากเป็น
เด็กก็ตอบ เพราะมันเท่ มันยอด มันจ๊อดดมากเลยคับคุณครู ถ้าผมเป็นครู ผมจะเอารูปทหารที่โดนยิง โดนระเบิดให้เด็กมันดูและจะถามว่า เป็นทหารอาจจะต้องโดนอย่างงี้คุณหนูยังอยากเป็นทหารอีกหรือปล่าวคับ คริ คริ
หรือ ไอ้คนที่บอกว่าอยากเป็นหมอ ผมก็จะเอาศพที่ต้องผ่า มาให้ดู และบอกว่า เป็นหมอหนูต้องผ่าศพด้วยนะ
ดูดิ๊ จะมีเด็กกี่คนที่อยากเป็น คริ คริ คริ
สิ่งที่เด็กเห็นกับความเป็นจริงมันไม่เหมือนกันซักหน่อย
ใช่มั้ยคับ ก็กระทรวงศึกษาไทย กระทรวงวัฒนธรรมไทย ไม่รู้ใช่อะไรคิด ถึงห้ามเด็กไม่ให้รู้นั่น รู้นี่ ไม่รู้ว่ายิ่งห้ามหรือยิ่งยุกันแน่ ห้ามยังไงเด็กมันก็สรรหาที่รู้ได้อยู่แล้วคับ สู้อธิบายให้เด็กเข้าใจดีกว่า ว่าความจริงแล้วสิ่งโน้นสิ่งนั้นมันเป็นอย่างไร มันไม่ยากหรอกคับ ถ้าไม่มัวแต่เอาเวลาไปสร้างผลประโยชน์เพื่อพวกพ้องตัวเอง แหม เม้นอันนี้ยาวที่สุดในชีวิตเลยนะเนี่ยopen-mounthed smile อ้ออย่าลืมดูเมก้าเคลเว่อทางช่องเก้านะคับ ของเค้าดีจริงๆbig smile

#4 By seaugpor on 2008-04-28 16:30

confused smile Hot! open-mounthed smile

#5 By bloodywidly on 2008-04-28 16:36

เป็นไปได้ไง!!!

เอนทรี่ของคุณป้อไม่มีภาพ!!!

ตัวปลอมอะป่าว

ผมก็จบป.ตรีมาแบบ... วิชานี้กรูเรียนอะไร จำอะไรไม่ได้เลยครึ่งนึง

อีกครึ่งนึงจำได้...

เอาเป็นว่าในมหาลัยผมได้ความรู้ติดหัวมานิดๆ ...

#6 By WhiteMapleS on 2008-04-28 17:14

เอ๊ย!!!
ลืม

เดียวเทพเจ้ามังกรไม่ออก

Hot!

#7 By WhiteMapleS on 2008-04-28 17:15

คห.5 พี bloodywidly ขอบคุณคับcry

คห.6 พี่หมง ยังเป็นคุณป้อคนเดิมคับแต่วันนี้ขี้เกียจลงรูปconfused smile

คห.7 หึ หึ เทพเจ้ามังกรออกต้องใช้เจ็ดดวงคับพี่ ยังขาดอีกหกดวง question

#8 By seaugpor on 2008-04-28 17:40

น้องอ่านจนจบแล้วนะคะ พร้อมเพลงหวานๆประกอบ ได้บรรยากาศจริงๆ
ตอนนี้หนูกำลังจะต่อมหาวิทยาลัย หนูก็รู้ว่าตัวเองชอบอะไรแต่หนูไม่มีพรสวรรค์เรื่องนั่นเลย

1. ต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ

2. ต้องรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง

3. ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

ถ้าคิดตาม 3 ข้อนี้ อย่างน้อยสิ่งที่เราเลือกมันก็ได้ 2 ใน 3 ก็พอใช้ได้

ขอให้พี่ทำในสิ่งที่พี่ชอบให้สำเร็จนะคะ
big smile

#9 By Love~Classic on 2008-04-28 17:40

อยากจะทำสิ่งที่รักเหมือนกันค่ะ
แต่หลายๆอย่างยังไม่เปิดโอกาส
ทำไมค่าเรียนมันแพ๊งแพงน้อ
เรียนเพื่อหาพื้นฐาน วิชาการเก็บไว้ในหนังสือ ^^

พื้นฐานเยอะ พื้นฐานกว้าง จะสร้างให้ยอดสูงก็ง่ายขึ้นครับ

#11 By on 2008-04-28 17:52

หมายเหตุ : เพิ่งจะเลือกวิชาเพิ่มพื้นฐานให้ตัวเอง แต่...ลืมรหัสลงทะเบียนตัวเองไปซะงั้น (จะได้ลงมั้ยนี่)

#12 By on 2008-04-28 17:54

ขึ้นมอหกแล้ว..
ก็ยังงมหาความจริงไม่เจอ

อะไรที่เรารัก
ดูเหมือนจะหายากเหลือเกินsad smile

#13 By cvane on 2008-04-28 17:56

คห.9 น้องDj ได้สองข้อก็เยี่ยมแล้วคับ ไอ้ผมก็ได้สองข้อเหมือนกัน พรสวรรค์นี่เป็นอะไรที่ต้องค้นหานะคับ แต่ได้ทำสิ่งที่รักผมว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญสุดแล้วคับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่น้องให้มากคับ

คห.10 พี่Just_Jear ผมก็ว่าเหมือนกันว่า ทำไมค่าเล่าเรียนอะไรบางอย่างมันถึงได้แพงเหลือเกิน คงต้องยอมรับคับว่าบางครั้งความฝันของเรามันอาจจะราคาแพงก็ได้นะคับ

คห.11 คุณน้องพูดถูกแล้วคับ คนที่มีพื้นฐานกว้างและแน่นย่อมทำให้ยอดของตัวเองสูงและมั่นคงขึ้นได้ง่ายกว่าคนที่มีพื้นฐานแคบและไม่แน่นคับ

คห.12 ถ้าวิชาที่ลงยังไม่เต็มก็น่าจะลงได้นะคับ เอาใจช่วยคับ

คห.13 น้อง © vane ใช่คับ เหมือนกับถามว่าชอบกินอะไร ผมก็ชอบไปหมด ไก่ย่าง เป็ดพะโล้ กุ้งเผา แต่ถามว่าชอบกินอะไรมากที่สุด อันนี้ก็ตอบยากเหมือนกันนะคับ ต้องให้เวลากับตัวเอง ต้องลองถามใจตัวเองนะคับ เรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลาเหมือนกันนะคับ เอาใจช่วยคับ

#15 By seaugpor on 2008-04-28 18:22

เรียนจะจบเข้ามหาลัยอยู่แล้วยังไม่รู้เลยค่ะว่าตัวเองชอบอะไร

#16 By saya chan on 2008-04-28 18:23

เวบรวม antivirus ที่เป้นของฟรี update ได้ตลอด
และข่าวสาร it
http://ishare-index.blogspot.com/

#17 By d (161.200.255.162) on 2008-04-28 18:34

^
^
^
อย่าเรียกเค้าว่าพี่สิ เค้ายังไม่แก่ซักหน่อย sad smile

#18 By LUMiN on 2008-04-28 18:43

คห.16 น้องsaya chan อันนี้พูดยากนะคับพอสอบเอนเสร็จ ไอ้คณะที่อยากเรียนก็เข้าไม่ได้ ดันไม่ติดคณะที่ไม่อยากเรียน ไอ้ครั้นไม่อยากเรียนมันก็กลัวที่จะเสียเวลาก็เลยเรียน พอเข้าไปเรียนก็คิดว่า ตรูมาเรียนทำไมฟระไม่ชอบเลย แต่ก็ทนๆเรียนไปจนจบ สรุปจบมาไอ้ที่เรียนก็อาจจะไม่ได้ใช้ในการประกอบอาชีพก็ได้เลยนะคับ ลองถามตัวเองดูนะคับว่าดูดูมานี่อยากเรียนคณะไหนมากสุด ถ้าเป็นเอกชนค่าศึกษาแพงแต่ได้เรียนชัวร์ๆหรือถ้าเป็นมหาลัยรัฐก็ต้องสอบเข้าเอา ถ้าผลเอนดีก็มีโอกาสมากที่จะได้เรียนคณะที่ตัวเองอยากเรียน สรุปว่าอยากรู้ว่าตัวเองชอบอะไรต้องลองถามใจตัวเองดูคับ ตอบมาตั้งนานสรุปง่ายๆเชียวนะเองไอ้ป้อquestion

คห.17 คุณ D เอ่อ sad smile ขอบคุณคับ

คห.18 แหม ขอโต๊ดทีคับ ไอ้ผมก็ไม่รู้ด้วยว่าที่นี่ใครแก่กว่าผมหรืออ่อนกว่าผม ต้องเดาๆกันไป แต่เม้นคุณน้องผมชอบมากเลยนะคับ ขำมุกป๋าเบิร์ดมากๆคับ confused smile

#19 By seaugpor on 2008-04-28 19:05

แสดงว่า ที่ผ่านมาตลอดคือ ยังไม่ค้นพบ ตัวเองจริงๆ

แต่ตอนนี้คือคุณค้นพบแล้ว

ยินดีด้วยครับ

#20 By D û D e ` z on 2008-04-28 20:10

การที่เราจะไปเป็นสุดยอดได้ เราต้องมี 3ข้อนี้ คือ

1. ต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ

(รักจริงๆนะคับ เอาแบบว่าขอให้ได้ทำเถอะ ไม่ได้เงินเดือนกรูก็เอา)
อันนี้คงยากในยุคปากกัดตีนถีบ ผมขอให้เป็น ทำๆไป แต่อย่าลืมหาเลี้ยงตัวเองนะครับ แล้วสละเวลาให้สิ่งที่คุณชอบ แล้วเปลี่ยนอาชีพหลักของคุณให้เป็นสิ่งที่คุณอยากทำให้ได้

2. ต้องรู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง

(ฟังดูง่ายแต่ความจริงแล้วยากมากๆ

การจะรู้ข้อสองให้ได้นี่มันต้องให้เวลากับตัวเองมากๆเลยนะคับ)
อันนี้ จริงมากๆ ผมหามา 4 ปีละ น้อยกว่าคุณป้อเยอะ แต่ก็นานนะ สำหรับเด็กอย่างผม

3. ต้องเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

(พูดง่ายๆก็คือ คนอื่นเค้าก็ได้ประโยชน์จากความสามารถของเรา)
นี่สิ ยากสุดๆๆๆๆๆ

ขอบคุณเอนทรี่นี้ของคุณป้อนะครับ มีสิ่งที่ผมคาดไม่ถึง หรือ ยังไม่ได้เติมลงไปในเอนทรี่ ระบบการศึกษา ของผมเยอะเลย

#21 By คนธรรมดา on 2008-04-28 20:20

พี่ให้คำตอบหนูได้ในช่วงเวลาที่กำลังคิดเลยค่ะ
อยากถามหน่อยว่าเลือกสายศิลป์คิดผิดมั๊ย??

#22 By ギグ♥♥atanberry on 2008-04-28 21:33

โอ้ อ่านแล้วไฟลุกพรึ่บ Hot!

#23 By (^_^)/nana on 2008-04-28 21:41

ขอบคุณมากสำหรับคำชมนะคับ

#24 By stitem on 2008-04-28 21:51

ขอให้จบนะคะ เอาใจช่วย อ่านเรื่องคุณแล้วเรานึกถึงตัวเราเองค่ะ สู้ ๆ ค่ะ
ลงชื่อว่าอ่านแล้ว

#26 By ซูเนะโอะ on 2008-04-28 22:18

คห.20 ขอบคุณมากคับ คุณD û D e ` z cry

คห.21 คุณน้องโชคดีมากนะคับที่รู้ว่าตัวมีพรสวรรค์ด้านอะไร เพราะตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านอะไรconfused smile แค่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเท่านั้นเอง เอนทรี่คุณน้องก็เจ๋งมากแล้วคับผมอ่านแล้วชอบมากจิงๆนะcry

คห.22 น้อง ギグ★☆ ถ้าสิ่งที่น้องเลือกเป็นสิ่งที่น้องรักสิ่งที่น้องชอบ ทำแล้วมันมีความสุข ก็เลือกไปเลยจ๊ะ ไม่ผิดหรอกคับ พี่ขอตอบว่าเลือกสายศิลป์ไปเลย ไม่ผิดหรอกจ๊ะ ไม่ต้องกลัว ใครบอกจบสายศิลป์มาไม่มีงานทำพี่เถียงขาดใจ เพื่อนพี่ น้องพี่จบสายศิลป์มามีงานมีการทำเงินเดือนสองหมื่น จบอะไรมันไม่สำคัญหรอกคับ มันขึ้นอยู่กับว่าเราเอาความรู้ที่จบไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพได้มากแค่ไหนตางหากคับ สู้ๆคับdouble wink

คห.23 ขอให้พลังแห่งความแน่วแน่จงสถิตย์อยูกับท่านนะคับ คุณน้องนาน่าquestion

คห.24 แหม ตามมาขอบคุณถึงที่นี่เลยหรือคับ open-mounthed smile แต่งานพี่สุดยอด จิง จิงนะคับ อันนี้ไม่ได้ชมแต่พูดตามที่ผมเห็นจิงๆคับ ผมจะติดตามผลงานพี่ไปเรื่อยๆคับ

คห.25 น้องท้องฟ้าของฉัน ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่น้องให้มากคับbig smile มาสู้ๆด้วยกันเนอะdouble wink

#27 By seaugpor on 2008-04-28 22:36

คห.26 คับbig smile big smile big smileคุณน้องอย่าลืมชวนไจแอนให้มาอ่านด้วยนะคับquestion

#28 By seaugpor on 2008-04-28 22:47

ทุกวันนี้ผมกำลังจะขึ้นปี3ในภาควิชาเล็กๆ(สายศิลป์)ที่เดียวกันกับที่เจ้าของบล๊อคเรียน โชคชะตาการแอดมิชชั่นนำพาผมมา ซึ่งถ้าไม่แอดผมอาจได้ไปอยู่ที่อื่นเพราะคะแนนผมสูงแต่เกรดต่ำ - -"เลยตัดสินใจเลือกจากสิ่งที่เราชอบ ไม่สนกระแสค่านิยม ผมเห็นด้วยอย่างมากๆที่ว่าต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ หลายคนที่เข้ามาเรียนเพราะคะแนนได้แต่ไม่ได้รักจะทรมานกับการเรียน แต่บางกลุ่มซึ่งรวมผมด้วยจะมีความสุขมากเวลาเรียน(ไม่ได้ขยันอะไร) แต่เรามีความสุขที่ได้เรียนรู้ ได้คิดตาม ได้โต้แย้งกับอาจารย์ ได้ค้นคว้า เพื่อนหลายคนได้คะแนนไม่ดีเพราะเน้นท่องจำ ถ้าเราเอาข้อมูลมาคิดพลิกแพลง เอาไปคิดต่อเชื่อมโยง มันจะสนุกมากขึ้น(แล้ววิชาที่เรียนๆไม่เค๊ยจะต้องจำเท่าไหร่ แต่หลายคนยังให้ความสำคัญกับการ "ท่อง")

แม้หลายคนยังคงถามว่า

จบไปทำอะไรได้สาขานี้...(เอาน่า มันก็มีทางของมัน)

ปล เหมือนผมจะเรียนคนละขั้วเลยนะครับopen-mounthed smile open-mounthed smile
ปล2 ผมเขียนอะไรเนี่ย~~

#29 By v@n-(สารพัดพิษ) on 2008-04-28 22:49

เชื่อไหม เรียนจบมา ทำงานแล้ว
ยังรู้สึกว่ามีอาชีพอีกมากมายที่เราอยากลอง
มันไม่ตายตัวเลยจริงๆ!
แวะมาเยี่ยมน้องชายคนเก่งจ้าconfused smile

#31 By เด็กขี้อวด on 2008-04-28 22:54

เขียนได้ดีมากค่ะ อ่านแล้วซาบซึ้ง นึกถึงตัวเองสมัยเรียน (วุ้ย เขาเลยรู้หมดว่าแก่) ขออนุญาตเล่าบ้าง

เราเป็นคนชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก และรักการ์ตูนมาก เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ แค่ลายเส้นมาประกอบกัน ทำให้เกิดเป็นภาพและเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมาได้ เราจึงหมายมั่นมากว่าโตขึ้น หนูจะเป็นแอนิเมเตอร์
แม้จะถูกปิดกั้นเล็กน้อย เนื่องจากป๊ะป๋าเราให้เน้นเรียนมากกว่ากิจกรรมทางด้านการวาด แต่ก็มิได้นำพา question ความฝันนั้นยังคงอยู่มาจนโต

ป๊ะป๋าเราเสียไปตอน ม.ปลาย เราเลยได้ทำอะไรที่เป็นอิสระมากขึ้น อยากเรียนอะไรก็เรียน อยากทำอะไรก็ทำ (ทำไมพูดเหมือนดีใจที่พ่อตายฟะ รบกวนอย่าตีความหมายไปแบบนั้นนะคะ 555)
พอเข้ามหา'ลัยเลยเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น ด้วยความมุ่งมั่นว่าจะเรียนเพื่อไปเป็นแอนิเมเตอร์ที่ญี่ปุ่น (ยังฝันเฟื่องต่อไป) แต่ยังไม่ทันเรียนจบ ก็มีโอกาสได้ทำงานแปลการ์ตูน ตอนนั้นแหละค่ะ ถึงได้รู้ถึง 3 ข้อของคุณบัณฑิต รู้แล้วว่าตัวเองรักงานนี้ และมีความสามารถพอที่จะทำ แม้จะยังไม่ดีนักก็เถอะ ประกอบกับได้คุยกับ อ. ญี่ปุ่นจากสถาบันสอนแอนิเมเตอร์แห่งหนึ่ง พบว่า..ค่าเล่าเรียนเป็นล้าน..อ่ะนะ

ปัจจุบัน เรื่องการวาดรูปจึงกลายเป็นเพียงงานอดิเรก (ที่แอบทำลายงานหลักในบางครั้ง 555 ก็อยากวาดรูปง่า ขี้เกียจแปลง่า) รวมทั้งเรื่องที่อยากเป็นแอนิเมเตอร์ ที่คงจะกลายเป็นความฝันจริงๆ ฝันเฉยๆ ไม่ทำจริงแล้ว wink

เล่ายาวเลย เหอๆ ขอโทษด้วยค่ะ แต่เอนทรี่นี้ช่างโดนใจจริงๆ ยังไงก็ขอให้คุณเจ้าของบล็อกพยายามต่อไปนะคะ

#32 By Piggy on 2008-04-28 23:06

คห.29 ใช่คับคุณน้องv@n-(สารพัดพิษ) จบอะไรไม่สำคัญหรอกคับ เพราะมันก็มีทางหากินในสาขาของมันอยู่แล้ว สู้เราอยู่กับมันอย่างมีความสุขดีกว่าคับopen-mounthed smile แต่บางคนอย่างเพื่อนผมนี่ซิ เค้ารู้ว่าเค้าอยากเรียนอะไรแต่พ่อแม่ไม่ให้เรียน บอกว่าจบมาจะหางานอะไรทำ จะทำงานอะไร ได้งานอย่างงี้มันจะหางานเงินเดือนเยอะๆทำได้มั้ย ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรารักในสิ่งที่เราทำ เราต้องทำงานที่ทำได้อย่างมีคุณภาพอยู่แล้ว ดังนั้นงานที่มีคุณภาพมันต้องขายได้ มันต้องมีคนต้องการอยู่แล้วคับ สรุปจะจบคณะอะไรก็มีงานทำ (แม้ว่าบางครั้งอาจจะหายาก)ขอให้รักในสิ่งทีทำก็พอคับdouble wink

คห.30 ใช่คับคุณพีน้ำเงินเจือขาว บางครั้งการที่เราจะรู้ว่าเราชอบอะไร เราต้องลองเยอะๆอะคับ อย่าไปกลัว สนใจอะไรอย่างรู้อะไรมีโอกาสก็น่าจะลองคับเพื่อไม่แน่สิ่งที่เราจะลองมันอาจจะกลายเป็นสิ่งทีเราทำไปตลอดชีวิตก็ได้คับcry

คห.31 ขอบคุณมากคับ พี่หัวผักกาด มาเยี่ยมถึงทีนี่เชียนนะคับcry

#33 By seaugpor on 2008-04-28 23:18

คห.32 พี่piggy แหมไม่ต้องขอโทษหรอกคับ ผมตางหากควรที่จะต้องขอบคุณที่พี่ได้เล่ามาผมชอบมากนะคับconfused smile
ความฝันของพีผมว่ามันก็เป็นจริงได้นะคับ ผมว่าการทำบล๊อคก็เหมือนเราได้ทำอะไรในสิ่งที่เราชอบเป็นเหมือนกล่องเก็บความฝัน ถึงแม้ว่าความจริงเราอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ แต่ในบล๊อคเราสามารถที่จะทำความฝันของเราให้เป็นจริงได้ เอาน่า อย่างน้อยก็ได้ทำเนอะ จะเล็ก หรือจะใหญ่มันก็คงไม่ต่างอะไรกันมากหรอกนะคับconfused smile เอาใจช่วยคับ ใครจักไปรู้ซักวัน"โอกาส"นั้นอาจจะมาหาพี่ก็ได้คับ หรือพี่เองอาจจะสร้าง"โอกาส"นั้นขึ้นมาก็ได้นะคับ ผมขอเป็นกำลังใจช่วยพี่คับcry
ปล.ที่พี่เขียนว่ารู้สึกอิสระตอนนั้น ผมคิดจิงๆนะว่าพี่ดีใจquestion

#34 By seaugpor on 2008-04-28 23:34

เอ่อ พี่piggy คับ ถ้าชอบการ์ตูน ผมขอแนะนำบล๊อคเขียนการ์ตูนที่ผมชอบมากที่สุด
เข้าชมได้ที่ http://comicbook.exteen.com คับ
และที่นี่ http://www.oknation.net/blog/comicbook คับ
ผมว่าเค้าเขียนการ์ตูนได้สุดยอดมากเลยนะคับสำหรับผม
หากพี่สนใจก็ลองเข้าไปชมดูนะคับcry

#35 By seaugpor on 2008-04-28 23:38

เมืองไทยเมื่อไหร่จะมีหลักสูตร "หาล้านแรกก่อน 18" หรือ "วิธีคิดให้ประสบความสำเร็จในชีวิต"
ไม่มี๊~!~~~~~~ angry smile

ผมเรียนวิศวะคอมครับ เกลียดทีสุดเวลาเจอข้อสอบท่องจำ ให้จำพอร์ตในวิชาเน็ตเวิรร์ก...ไอ้พวกพอร์ตที่มันไม่เจอบ่อยๆไม่รู้จะจำทำซากอะไรเหมือนกันครับ
สรุปคือข้อสอบก็ไม่ได้สร้างสรรค์เลย ใครจำเก่งก็ได้คะแนนเยอะ ไม่จำเป็นต้องเก่งเน็ตเวิร์กก็ได้ เฮ่อ
เออ แต่ตลกชื่อ tag อ่ะ 5555
Hot!
เยี่ยมมาก

#38 By book on 2008-04-29 07:28

จะเข้ามอ สาม แล้วยังไม่มีคนจิงใจเลยคับhttp://www.dekyim.org

#39 By เจ (118.172.69.167) on 2008-04-29 09:39

อ่่านๆดูแล้วคล้ายๆผมเลย

ถึงทางมันจะยาก แต่ใจเรามันชอบ
ผมว่า "ยังไงซะเราก็ต้องผ่านมันไปได้ด้วยดี" ล่ะครับconfused smile

#40 By robocon on 2008-04-29 10:04

ความเข้าใจนั้นสำคัญ ครับ แต่เราต้องวางพื้นฐาน ความเข้าใจเราให้ดี อย่าความขั้น การที่เราเร่งจำโดยไม่ได้ทำความเข้าใจพื้นฐานให้ดีก่อน ก็เหมือนดั่งการข้ามขั้นอ่ะครับ แล้วเราจะไม่ได้ความรู้อะไรเลย เหมือนเป็นเพียงความรู้ชั่วคราว

#41 By blueblurryeyes on 2008-04-29 10:54

Hot!
เห็นด้วยยยยยยยยยยconfused smile confused smile

#42 By plynoi แว่วศรี on 2008-04-29 10:57

คห.36 พี่กรรมกรไซเบอร์ หากวิชาที่เรียนมันไม่ปรับให้เหมาะตามยุคสมัย ทันเหตุการณ์ ทันเทคโนโลยีในปัจจุบัน ผมว่ามันคงจะเอาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ยากแหละคับ ที่ผมเรียนเค้าก็มีแต่ให้จำ และก็ไปสอบ ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย พอสอบเสร็จก็ลืมหมดแล้ว นี่มันสอบวิชาประมง หรือสอบวิชาทดสอบความจำ(ว่ะ)sad smile ผมเห็นว่าการที่เอาแต่ให้จำและก็ไปสอบมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยละคับ ถึงหลักสูตรของทางวิชาจะปรับยาก แต่คนสอนต่างหากที่ต้องคอยป้อนข้อมูลใหม่ๆกับนักเรียนให้ข้อมูลที่นักเรียนได้นั้นสามารถเอาไปใช้ได้รู้จักประยุกต์สอนให้มันเข้ากับปัจจุบันไม่รู้ผมขอมากไปหรือป่าวembarrassedความหวังก็คืออยากให้มีคุณครูรุ่นใหม่อาจารณ์รุ่นใหม่ที่มีหัวคิดที่จะสอนให้เด็กนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่เรียนมากกว่าจำ มันจะมีมั้ยหนอembarrassed

คห.37 ชื่อแท๊กนี่ เป็นคำคลาสสิคเด็กกาเสดเชียวนะคับopen-mounthed smile

คห.38 ขอบคุณคับพี่open-mounthed smile

คห.39 น้องเจ "จะเข้าม.3 ยังไม่มีคนจิงใจ"embarrassed
คนจิงใจกับน้องเจตลอดมาและก็ตลอดไปก็คือ พ่อแม่ของเราไงคับ open-mounthed smile เรื่องอื่นเดี๋ยวมันก็มาเองแหละเชื่อพี่ ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะคับopen-mounthed smile

คห.40 พี่robocon อ่านคำพูดพี่แล้วได้กำลังใจมากคับ ขอบคุณมากคับพี่big smile

คห.41 พี่blueblurryeyesพูดถูกต้องแล้วคับ ผมขอสนับสนุนให้"จำอย่างเข้าใจ"คับ จำอย่างเข้าใจเป็นยังไง? พี่blueblurryeyesได้อธิบายอย่างชัดแจ้งแล้ว ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของพี่มากคับdouble wink

#43 By seaugpor on 2008-04-29 11:17

คห.42 พี่plynoi แว่วศรี ขอบคุณค๊าบบบbig smile

#44 By seaugpor on 2008-04-29 11:18

อืมอันนี้ผมว่า มันแล้วแต่ที่แล้วหละ ผมว่า อย่างที่ผมเรียนมานี่ ตอนเรียนก็ต้องจำ แต่ตอบสอบเนี่ย ต้องเข้าใจ ไม่งั้นไม่มีทางได้คะแนน เต็มหรือ 70-80% ของข้อนั้น ยิ่งเข้า มหา'ลัย ยิ่งชัดเจนเลย ข้อสอบนี่ ขนหนังสือเข้าไปก็ใช้ว่าจะทำได้ ต้องเข้าใจเนื้อหาจริงๆ

ผมโชคดีตรงที่ผมรู้ว่าชอบอะไรตั้งแต่ตอนม.ปลายแล้ว (แต่อาจจะชอบหลายอย่างหน่อย) ทำให้เลือกคณะเรียนได้ไม่ยาก

ผมก็เรียนเกษตร(KU63)เหมือนกันนะ แต่ไม่ได้เรียนประมง

ปล. ผมชอบคำนี้มากเลย "ความสำเร็จเกิดจากผลึกของความล้มเหลว"

#45 By หมูทอดซามะ on 2008-04-29 12:48

น่าทำใจ

#46 By fangkhaow on 2008-04-29 14:06

คห.45 คุณน้องพูดถูกแล้วคับว่า ถ้าเราไม่เข้าใจย่อมที่จะทำข้อสอบออกมาได้ดีได้ยากคับ ถ้าเจออาจารณ์ที่สอนดีสอนรู้เรื่องสอนให้เข้าใจก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเจออาจารณ์ที่สอนแต่จำอย่างเดียวก็คงจะสอบผ่านได้ลำบากน่าดูคับ ส่วนคำคมที่ว่าเป็นของอาเฮียแจ๊คผู้โชกโชนด้านการทำงานคับbig smile

คห.46 อื่มก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละคับ

#47 By seaugpor on 2008-04-29 14:30

แวะเข้ามาเยี่ยมอีกรอบ (แบบว่าวันนี้ว่าง) ฮาๆๆ

เรื่องทีสิดก็พยายามเข้านะคะ ตอนเราทำของป.ตรี ก็จบช้าเหมือนกัน

(อารมณ์แบบ... เลือกเสรีก็ลงไม่ครบ เพราะตอนปี1 ขี้เกียจลงวิชาบัญชีที่ต้องแหกขี้ตาตื่นมาเรียน 8.30 แถมคิดว่าจะหลับต่อในคาบแหงๆ เลยกะตายดาบหน้าตอนปีหลังๆ)

ก็ขี้เกียจมีปัญหากับทีสิด เลยกะเลือกหัวข้อที่ถนัด+กะว่าทำเสร็จแน่ๆ แล้วก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง (เอาเวลาไปทำโดจินบ้าง เล่นเว็บบ้าง อาศัยเนียนว่ายังไงก็กะจะจบ 5 ปีอยู่แล้ว) ส่วนเวลาที่เหลือของปี 5 ก็ลงเรียนวิชาที่ยังไม่ครบ กับเรียนวิชาอื่นที่สนใจให้มันคุ้มค่าเทอมเล่นๆ

(ตอนเราเรียนเป็นค่าเทอมแบบเหมาจ่ายน่ะค่ะ ยิ่งปี 5 เนี่ย จ่ายแค่ครึ่งเดียว คือ2พันบาท ฮาๆๆ ลงกี่วิชาก็ได้ถ้าไม่เกิน 21 หน่วยกิต คุ้มซะไม่เมียะ)

ชีวิตช่วงปี4-5นี่ ทำให้รู้เลยว่า เมืองไทยมันน่าจะมีระบบเรียนแบบมหาลัยตั้งแต่มัธยมต้นจัง ชีวิตคงจะมีความสุข+มีประโยชน์ในการใช้จริงมากกว่าแบบปัจจุบันนี้ เรียนในสิ่งที่สนใจ ไม่ต้องเรียนสิ่งที่ไม่คิดอยากใช้เลยในอนาคต (สำหรับเราก็เช่น ฟิสิกข์ คณิตขั้นสูง เป็นต้นsad smile )

#48 By LUMiN on 2008-04-29 15:52

คห.48 น้องLUMiN มาเยี่ยมบล๊อคนี้บ่อย สนใจจะรับtag ซะอันมั้ยคับconfused smile ถ้าสนใจก็ลองเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ได้คับhttp://seaugpor.exteen.com/20080429/tag (คล้ายๆบังคับเลยวุ้ยconfused smile)
ที่คุณน้องพูดมา ว่า น่าจะมีระบบเรียนมหาลัยตั้งแต่ ม.ต้น มันเป็นเรื่องที่ดีนะคับ ผมลองคิดว่า ถ้าเราได้เรียนอะไรที่เราอยากเรียนจะทำให้เรารู้ว่าตัวเราจิงๆแล้วชอบอะไร ถ้าทางโรงเรียนมีการเปิดโอกาสเช่นนี้ตั้งแต่ ม.ต้นผมว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างบางคนชอบ กีฬา ก็ไปเน้นกีฬา บางคนชอบดนตรีก็ไปเน้นดนตรี บางคนชอบวิทยาศาสตร์ก็เน้นวิทยาศาสตร์ ผมมองว่ายิ่งเริ่มต้นเร็วก็เท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อเด็กเท่านั้นคับ ไม่ใช่เรียนแบบรวมมิตร อันไหนใช้ได้ อันไหนใช้ไม่ได้ก็บังคับให้เรียนหมด เห็นแบบนี้แล้วเศร้าคับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมบ่อยๆนะคับcry

#49 By seaugpor on 2008-04-29 16:08

Hot!

ตอนอนุบาล อยากเป็นหมอ
ตอนประถม อยากเรียนมัธยมsad smile

ตอนมัธยมต้น อยากเป็นนักเขียน
แต่พอมัธยมปลาย ดันเรียนสายวิทย์
ตอนนี้ เลือก4 อันดับไปแล้ว
แต่ก็มานั่งสับสนอยู่ว่าตัวเองอยากเรียนอะไร
อยากเป็นอะไร???

ทำไมชีวิตมันยากอย่างงี้

.
.

ให้ Hot! อีกที
ชอบมากๆเลยค่ะ โดนใจไปจังๆ
อยากทำในสิ่งที่ตัวเองชอบให้สำเร็จเหมือนกันค่ะ
แต่ปัญหาก็คือ


ฉันชอบอะไร ?????????

#50 By ”• dhy ”• on 2008-04-29 16:09

คห.50 น้องหญิง มันยากนะคับที่อยู่ดีดี เราก็รู้ว่า ฉันเกิดมาเพื่อจะเป็น.... ฉันรู้เลยว่าฉันชอบอย่างนี้ฉันต้องเป็นให้ได้ ตัวพี่เองจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นอะไร เพียงแค่รู้ว่าชอบทำอะไรเท่านั้นเอง ที่น้องหญิงถามมาว่า ฉันชอบอะไร อันนี้พี่แนะนำว่า น้องหญิงลองตอบใจตัวเองว่า น้องหญิงทำอะไรแล้วมีความสุข มีสิ่งใดบ้างมั้ยที่เราทำแล้วเราไม่เคยเบื่อ มีความสุขกับมัน ลองคิดลองถามใจตัวเองดูผมว่ามันไม่ยากเกิดไปหรอกคับและลองเลือกคณะที่มีอะไรที่คล้ายคลึงกับที่เราชอบอะคับ อย่างเช่น อยากเป็นนักเขียน ก็ไปเข้าคณะอักษร คณะวารสาร
ลองดูกับน้อง พี่เอาใจช่วยคับbig smile

#51 By seaugpor on 2008-04-29 16:17