เมื่อวันก่อนมีข่าวที่น่าสะเทือนใจผมอย่างยิ่ง

นั่นก็คือข่าว นักศึกษาหญิงจุฬากระโดดตึกฆ่าตัวตายนี่เอง

สาเหตุที่อ่านในหนังสือพิมพ์บอกว่า

อาจจะเกิดจากความเครียดในเรื่องการเรียน

จนถึงขนาดฆ่าตัวตาย

ซึ่งถ้าใครได้ดูในรายการของคุณสรยุทธ์วันนั้น

จะเห็นได้ว่า จากการสำรวจ

พบว่ามีเด็กฆ่าตัวตายไปเป็นจำนวนหกสิบกว่าคน

ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก

และ

ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ

ในการฆ่าตัวตาย

ตัวผมเองมาตอนนี้ก็อายุ 25 กว่าๆ

ยอมรับว่า

ผลการเรียนนั้นมีส่วนสำคัญในชีวิต

แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต

บางครั้งกับบางอย่างในบางเรื่อง

มันยากที่เราเองจะเข้าใจ

ข้อมูลภายนอกที่แสนจะบิดเบือน

ว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไร

ทำไมเธอคนนั้นถึงกระโดดตึกตาย

คงมีน้อยคนที่จะรู้สาเหตุที่แท้จริง

แต่ในความคิดของผมนั้น

หากเธอคนนั้นกระโดดตึกตาย

เพราะผลการเรียนของเธอ

มันทำให้ผมรู้สึกเศร้ามาก

ผมอยากจะบอกกับเธอว่า

ผลการเรียนมันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตหรอกนะ

ผมก็เคยเรียนตอนปริญญาตรี

มันมีความกดดัน มันมีความเครียด

ยิ่งผู้ใหญ่ที่เรารักมาตั้งความหวังกับเราไว้สูง

ก็เป็นธรรมดาที่เราจะต้องรู้สึกกดดันกับผลการเรียน

แต่ผลการเรียนตกต่ำมันไม่ทำให้พ่อแม่ของเราเสียใจ

เท่ากับการที่เราฆ่าตัวตายหรอกคับ

อยากให้ลองอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ดู

เครดิตจาก คุณต้องการ ในหนังสือนิตยสาร BIOSCOPE ฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 2550

ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร

พ่อแม่ก็รักลูกเสมอแหละคับ

ดังนั้นไม่อยากจะให้คิดว่าแค่เพียงเหตุการณ์บางเหตุการณ์

จะต้องทำให้ถึงขนาดต้องฆ่าตัวตาย

เพราะคนที่จะเสียใจมากที่สุด

ก็คือ พ่อแม่ของเรานี่เองคับ

การสอบเป็นแค่การวัดทักษะความรู้เพียงบางอย่างบางด้าน

ไม่ได้หมายความว่า ถ้าสอบไม่ดี จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต

หรือสอบดี จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

มันเป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจ

ซึ่ง

เราอาจจะนำเอาบางส่วนของความรู้นั้น

ไปใช้กับการประกอบอาชีพของเราได้

อยากให้น้องๆคิดว่า

เราเรียนเพื่อ

นำเอาความรู้ที่เรียน

ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตของเรา

ไม่ใช่เอาไว้เพื่อสอบให้ผ่าน

หรือไม่ใช่เอาไว้เพื่อทำให้ได้คะแนนดีดี

ผมและเพื่อนจบมา

ขอบอกว่าวิชาที่เรียนกันมาแทบตายบางวิชา

แทบไม่ได้ใช้เลย

จะใช้บ้างก็แค่บางวิชา และเป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นเอง

ที่เขียนมาทั้งหมดก็เพื่ออยากให้น้องๆทุกคน

เรียนอย่างมีความสุข

สนุกไปกับการเรียนรู้

อย่าให้การเรียนไปกดดันชีวิตมากเกินไป

ผมเชื่อว่า

ถ้าน้องๆทุกคนสนุกไปกับการเรียนรู้

ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

สิ่งที่เรียกว่า

ความสำเร็จนั้น

คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอกคับ

สวัสดี

edit @ 11 Jun 2008 18:11:01 by seaugpor

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สงสารพ่อแม่ ที่รอคอยความสำเร็จของลูก

#1 By Eddy on 2008-06-10 23:24

สุดท้ายแล้วมันก็คือกระดาษใบเดียว
ความรู้ที่ได้ไม่สำคัญเท่าประสบการณ์
หากไม่คาดหวัง ก็คงไม่ผิดหวัง
บลาๆๆๆๆๆ
สุดท้ายแล้วสถานการณ์ก็ทำให้เราลืมทุกอย่าง
น่าเศร้านะคะ

#3 By PUMP201 on 2008-06-10 23:32

เราก็เห็นด้วยนะ

ตอนสมัยเรียนเห็นคนมากมายเครียดเรื่องเรียน ไม่รู้จะเครียดไปไหน

หลังเรียนจบปรากฏว่าผลการเรียนไม่ได้เป็นตัวชี้วัดใดๆได้
คนที่เกรดเฉลี่ย2จุดต๋อยๆ ตอนนี้กลับได้เป็นเมเนเจอร์ เพราะเค้ามีความเป็นผู้นำ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคน
อีกคนเรียนเก่งมาก หน้าตาดี ก็ได้ไปเป็นพิธีกรรายการเกี่ยวกับการเงินรายการหนึ่ง คนนี้ก็ปกติคุยเก่ง กล้าแสดงออก
อีกคนเรียนเก่งมากเหมือนกัน แต่แบบไม่ค่อยมีเพื่อน ชีวิตตอนนี้ก็ลุ่มๆดอนๆ เป็นพนักงานออฟฟิศ
อีกคนจบไป รายได้สูงแต่ชีวิตกลับไม่มีความสุข
อันตัวเรา เรียนธรรมดา ชีวิตมีความสุขมาก รายได้พอมีเงินเก็บconfused smile

ฉะนั้น จริงๆ แล้ว ชีวิตมันมีอะไรอีกเยอะอ่ะ บางทีก็สงสารเด็กๆ ที่ยังไม่โต เพราะบางทีทำอะไรคิดสั้นๆไปหน่อย ทั้งๆที่พอโตไปแล้วเค้าจะเข้าใจโลกมากกว่านี้อ่ะ

โอยอธิบายไม่ถูกเลยsad smile

#4 By l3LUE on 2008-06-10 23:46

If I were...

พ่อคนคงจะไม่ฝากความหวังหรือลงทุนกับลูก

ความเสี่ยงสูงมาก ควบคุมความเสี่ยงได้ยาก และ ผลตอบแทนต่ำสุดๆ

confused smile

#5 By Kung on 2008-06-10 23:55

Standard ของแต่ล่ะคนก็ไม่เหมือนกัน
ผมไม่สามารถเข้าใจจิตใจของน้องเขาได้
เราไม่ได้อยู่ ณ จุดนั้นกับน้องเขา
สิ่งที่หล่อหลอมน้องเขามา ทำให้น้องไปอยู่จุดนั้น

ขอให้น้องคนนั้นหลับสบายนะครับ

#6 By WhiteMapleS on 2008-06-11 00:17

เห็นด้วยครับ ว่าการเรียนไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตครับ

ส่วนสาเหตุที่น้องคนนี้ต้องจากไปนั้น ผมคิดว่านักข่าวก็แค่เดา แล้วเอามาออกข่าวครับ

ขอไว้อาลัยให้น้องกิ่งครับ

#7 By SkyKiD on 2008-06-11 00:35

ไม่ได้อวดตัวเอง แต่ตอนนี้ตัวผมก็มีปัญหารัดรอบตัว จนบางทีนึกอยากหลับไม่ตื่น ยังไม่ฆ่าตัวตายเลย (เพราะไม่กล้าพอ กลัวเจ็บsad smile)

แต่ก็ไม่เข้าใจเขา ว่าทำไมเขาถึงฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเพราะการเรียน ความรัก การเงิน หรือ อะไรก็ตาม

ผมเองไม่ใช่เขาคงไม่เข้าใจ แม้ภายนอกผมจะมองว่าผมลำบากกว่าเขาทุกด้าน

แต่ผมเองก็ไม่รู้ในใจลึกๆของเขานั้น สาเหตุคืออะไร

#8 By คนธรรมดา on 2008-06-11 00:44

ขอยกพาดหัว daily xpress วันนี้มาแล้วกันนะครับ

3.18
This grade would give many students something to party about, but sadly not for Chaninard, 21, who leapt to her death.

#9 By nora on 2008-06-11 04:57

ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะ confused smile นี่คือสิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอ ขืนตายไปก็เสียดายแย่

#10 By เสี่ยแนน on 2008-06-11 10:07

ผมคิดเสียดายเวลาที่ผ่านมามากกว่า... เสียเงินลงทุนในชีวิตไปเยอะด้วยหละ - -

#11 By on 2008-06-11 11:13

ตัดสินปัญหาชีวิตเร็วเกินไป น่าจะคิดให้มากกว่านี้เนอะ ว้าาา แย่จัง

#12 By แมงกลิ้งขี้ on 2008-06-11 12:19

ช่วงนี้คนเครียดและซึมเศร้ากันเยอะ
ไม่เฉพาะแต่เรื่องเรียนอย่างเดียว แต่เกือบจะทุกเรื่อง
ยังไงคนใกล้ชิดก็ช่วยกันสังเกตุและช่วยพูดคุยปลอบใจให้คำปรึกษาก็น่าจะดีนะคะ

#13 By eeddy(อี๊ด) on 2008-06-11 12:33

Hot!

เห็นด้วย

ผมว่ามันโง่จริงๆ (ขออนุญาตปากหมา)เสียดายเงินพ่อแม่

มันยังมีหลายสิ่งที่สำคัญกว่าเยอะ

คนพวกนี้มันไม่ยอมมองสิ่งรอบข้างหรือคนที่แย่กว่าหรอก

พูดไปก็เท่านั้น ไม่มีพ่อแม่คนไหนโกรธหรอก

มีแต่ให้กำลังใจ

ถ้าคิดโง่ๆก็สมควรตาย จริงๆ



ผมติดเอฟ 4 ตัว เกรด 1.52 ไทร์ที่ 1.5

ยังไม่เป็นไรเลย

ตอนนี้กลับตัวกลับใจเรียบร้อย

sad smile sad smile

#14 By Under Constuctive Man on 2008-06-11 16:19

พ่อ แม่อย่าตั้งความหวังมากเกินไป เลยครับ

ผมก็เคยคิดฆ่าตัวตาย กับ ผลการเรียนเหมือนกัน

แต่ ผมก็ลองคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

ผมก็ ตกใจเหมืองกัน

ตอนแต่ก่อน ผมได้คะแนน น้อยนี้โดน ด่ากันทั้งครอบครัว

โดน น้าเหยียด หยาม ทำอะไรก็โดนด่าว่าไอ้โง่

แต่ก็นะครับ อย่าคิดมากดีแล้ว

#15 By BlueBoat on 2008-06-11 17:11

ซึ้งอ่ะ ไม่เป็นพ่อคนแม่คนไม่รู้หรอก

#16 By hiney* on 2008-06-11 22:39

ความจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้

ที่แน่ๆ สื่อ และพวกคุณก็ตัดสินพี่เค้าไปแล้ว



ผมยังต้องพูดอะไรอีกมั๊ย

#17 By book on 2008-06-12 16:10

กรณีนิสิตคนนี้มีที่มาของปัญหามากกว่าที่ข่าวลงนะครับ


อย่าเพิ่งด่วนสรุปโน่นนี่กันเองดีกว่าครับ


เท่าที่พอจะบอกได้ก็คือ ไม่ใช่แค่ประเด็นผลการเรียนลดลงเท่านั้นแน่ๆ ครับ

#18 By 灯台守 on 2008-06-12 16:17

ซึ้งงงงงงงงงงงงงงงงง

#19 By :: ipup :: on 2008-06-12 16:17

บางทีความรักมันก็ทำร้ายกัน
แต่สุดท้ายมันก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ล่ะHot!

#20 By prema-ja on 2008-06-12 16:20

ซึ้งจริงๆครับ

รูปประกอบบรรยายทุกอย่างแล้ว

ถึงเราจะทำไม่ดี หรือบางกรณีลูกจะเลวแค่ไหน

พ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดีครับ

ถึงการแสดงออกของเค้าจะไม่ดี

แต่ในจิตใจลึกๆ พ่อแม่ย่้อมเป็นห่วงลูกตัวเองเสมอ
big smile

#21 By Maxtrix™ on 2008-06-12 16:31

Hot! :)

#22 By wouldn't it be nice on 2008-06-12 16:43

เป็นเรื่องน่าเศร้า
สาเหตุที่แท้จริง ไม่มีใครรู้นอกจากเธอคนนั้น
อาจจะไม่ใช่เรื่องเรียนก็ได้
เท่าที่ดูข่าว น้องคนนี้ ป่วยด้วยอาการซึมเศร้าอยู่แล้ว
อาจเป็นเพียงแค่ อาการกำเริบ เกิดอารมณ์พลุ่งพล่านชั่ววูบ
ยังไง ก็เป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้นอยู่ดี

#23 By sawitreestudio on 2008-06-12 16:52

แต่บางที เกรดการเรียนก็จะหลอกหลอนคุณไปตลอดชีวิต แม้จะแก่งั่กขนาดไหนก็ตามนะคะ sad smile

#24 By glinda a.k.a. ~pride~ on 2008-06-12 16:55

แอบเข้าใจมุมความคิดของน้องคนนั้น ถ้า ณ เวลานั้นน้องเค้ามีคนที่เขาสามารถ "พูดได้" โดยไม่มีผลข้างเคียงจากการพูด น้องเค้าคงมีการตัดสินใจที่รอบคอบขึ้น

เข้าใจเพราะตัวเองเคยคิดฆ่าตัวตายเหมือนกัน...

#25 By Lily Pixel on 2008-06-12 16:58

ขอโทษนะคะ ที่ต้องมาออกความเห็น
คือเราก็เป็นนิสิตจุฬาคนนึง
ที่ไม่ได้รู้จักน้องเค๊าเป็นการส่วนตัว
ตอนแรก เราก็นึกไม่ออกเลยว่าทำไมน้องเค๊าต้องทำอย่างนั้น
แต่จากการที่ได้ทราบประวัติและคำบอกเล่าจากคนใกล้ตัวของน้องเค๊า
ถึงได้รู้ว่า น้องเค๊าไม่ได้มีปัญหาตื้นๆอย่างที่เราเข้าใจกัน
น้องเค๊าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
และยังมีอาการทางสมองร่วมด้วย
ซึ่งการเข้ารับการรักษาและการกินยาที่หมอจัดให้
อาจจะทำให้อาการทุเลาเบาบางไปได้ในบางครั้ง
แต่ระดับฮอร์โมนในร่างกายเค๊าจะแปรปรวน
บางครั้งไม่อยู่ในสมดุล และไม่กลับมาอยู่ในสภาวะเหมือนคนปรกติได้
ทำให้บางครั้ง เค๊าไม่รู้สึกเศร้า ไม่รู้สึกดีใจ
ทำให้เค๊ามีความคิดอะไรที่แตกต่างไปจากคนปรกติ
และจนกระทั่ง รุ้สึกว่า ไม่รู้ว่าชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร
เราฟังแล้ว ก็คิดว่าน้องเค๊าน่าสงสารมากเลยนะคะ
สิ่งที่เค๊าคิดทำลงไป ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ
แต่ได้มีการคิดไตร่ตรอง และเตรียมการมาเป็นปีแล้ว
จากบันทึกที่เขียนไว้ในไดอารี่
แม้กระทั่งจะโดดลงตรงไหน ยังไง
ส่วนเรื่องการเรียนนั้น
ตัวน้องเค๊าก็เข้าใจตัวเองดี
ว่ามันตกลง ก็เพราะอาการป่วยของตัวเอง
ป่วยที่ไม่ใช่แค่ร่างกาย
แต่มันคือการป่วยทางจิตใจ
เราคิดว่า
แม้แต่ตัวน้องเค๊าเอง
ก็ไม่ได้อยากจะให้สิ่งนี้เกิดขึ้นเลย
อย่าไปซ้ำเติมเค๊าอีกเลยนะคะ
เพราะถ้าเป็นเรา อยู่ในสถาการณ์เดียวกับเค๊า
เราก็คงบอกไม่ได้เหมือนกัน ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ที่แน่ๆตอนนี้
พยายามใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่าและไม่ประมาท
อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมากดดันตัวเอง
หรือทำให้ชีวิตมันเศร้าโดยไม่จำเป็น
เท่านี้ ก็คงจะอยู่อย่างมีความสุขตามสมควรแล้วล่ะ

#26 By รุ่นพี่นิสิต (161.200.255.162) on 2008-06-12 16:59

ขขอนุญาตมองสองมุมนะครับ

1. ผมสงสารเขามากเลยนะ กับคนที่เขาเคยอยู่กับความสำเร็จมาตลอด อยู่กับสังคมที่ปลูกฝังค่านิยมแปลกๆเรื่องเกียรตินิยม พอวันหนึ่งล้มลงขนาดนี้ ก็เลยเฮิร์ทมากจนรับไม่ไหว เขาเกิดมาเป็นอย่างนั้น ใครที่ไม่เคยเป็นอย่างเขาก็ไม่มีวันรู้หรอก

จริงอยู่ ที่พ่อแม่นั้นหวังดีเสมอ แต่รู้ไหมครับ มีครอบครัวอีกมากมายเหมือนกันที่พ่อแม่กดดันลูกชนิดไม่ให้ผุดให้เกิดถ้ามึงทำได้ไม่ดีพอ ใครอยู่ครอบครัวใหญ่ของคนจีนที่มีญาติโกโหติกาจะรู้ดียิ่งกว่าดีในเรื่องนี้ พ่อแม่บางคนก็เป็นประสาทอ่อนๆ ชอบให้ลูก perfect โดยเฉพาะถ้ามีตัวเปรียบเทียบเมื่อไร เมื่อนั้นคุณลูกเอ๋ยเตรียมตัวไว้ให้ดี อย่างน้อยๆในออฟฟิศผมก็มีคนนึงละ แต่โชคดีที่เขายังไม่คิดฆ่าตัวตาย

ผมเคารพพ่อแม่มากที่สุด แต่พ่อแม่ที่ไม่ดีก็มีถมไปเหมือนกัน ใครจะไปรู้

2. อย่างไรก็ตาม น้องคนนี้ก็น่าจะลองมองดูสักหน่อย ว่ามีนศ.รุ่นเดียวกับเขามากมายได้เกรดน้อยกว่านี้บานตะไท ทำไมคนอื่นถึงอยู่กับมันได้? ทำไมเขายังมีชีวิตที่เสรีและมีความสุข โดยไม่ต้องให้เกียรตินิยมมาบีบบังคับอะไรเลยแม้แต่น้อย? มันเป็นเรื่องง่ายๆที่เพียงแค่เขาปล่อยวางเขาก็จะไม่ต้องฆ่าตัวตาย อะไรกัน ให้ตัวเลขบางตัว ให้ค่านิยมบางค่ามากำหนดชีวิตเราทั้งชีวิต? ไม่ไร้ค่าไปหน่อยหรืออย่างไรกัน?

ส่วนข้อเท็จจริงผมไม่ทราบ และจริงๆก็ไม่อยากจะรู้ด้วย คนก็ตายไปแล้ว อยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน และให้สังคมปรับปรุงทัศนคติและค่านิยมเรื่องความ perfect โดยการวัดกันที่เกรดและเกียรติ(นิยม)กันซะที

ผมเชื่อว่าสภาพแวดล้อมมีผลต่อความคิดของเขาสูงมาก เป็นไปได้ว่าบรรยากาศมหาวิทยาลัยกำหนดค่าด้วยเกรดและการแข่งขัน รวมถึงเกียรตินิยมด้วย (ผมมีเพื่อนหลายๆคนอยู่ที่สถาบันนั้น และมันก็เป็นเรื่องจริง) อ่ะนะ เกียรตินิยมก็ใช่ว่าจะไม่มีค่า ผมไม่เถียงหรอกว่าเกียรตินิยมช่วยให้เราได้งานดี มีเงินเดือนสูงได้จริง แต่มันก็เป็นแค่เสี้ยวของชีวิต ไม่ควรเลยจริงๆ ที่จะให้มันมาบีบเราจนต้องตาย

แต่ผมมันก็แค่คนเกรด 2 กลางๆ ผมอาจจะไม่เข้าใจพวกเขาก็ได้ ยังไงก็ขอให้น้องไปสู่สุคติก็แล้วกันนะ (คงจะยาก... เล่นฆ่าตัวตายซะขนาดนี้)

#27 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-06-12 16:59

ผมคิดไว้แล้วว่าถ้าจะฆ่าตัวตาย
ต้องไปโดดลงมาจากยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

ขั้นแรกต้องทำงานเก็บเงิน
สองหัดปีนเขา
สามไปซื้อตั๋ว

(ซึ่งขั้นตอนต่างๆต้องใช้เวลาพาทีไม่น้อย)

สี่ถ้าตอนนั้น(ตัวผม)มันยังคิดไม่ได้
และขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว
ยังทะลึ่งอยากตายอีก
คิกว่าก็สมเหตุสมผลที่จะตายแล้ว

confused smile confused smile confused smile
ไม่มีใครเข้าใจเขานอกจากตัวเขาเองหรอกครับ

#29 By nighty on 2008-06-12 17:14

อ่า

ผมไม่ได้มาขัดนะครับ อย่าโทษการศึกษาครับ มันเป็นแพะดีเด่นอีก 1 ตัวรองจาก การ์ตูน-และเกมครับ

สาเหตุจริงๆอยู่ที่น้องเค้าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าครับ แล้วไม่ได้กินยา เลยควบคุมตัวเองไม่ได้ครับ

โรคซึมเศร้าไม่ใช่อาการทางจิตเพียวๆ แบบ เศร้าเพราะสอบตก หรือ เศร้าเพราะอกหักนะครับ

มันเป็นอาการทางร่างกายด้วย คือ ฮอร์โมนทำงานผิดปกติครับ

ลองศึกษาอาการของโรคนี้ดูครับ มันเป็นโรคที่อันตรายมาก อาการร่วมที่เห็นเด่นชัดคือ วิตกจริตอย่างไม่มีสาเหตุครับ เช่น บ้านปลูกต้นไม้ ก็เลยกลัวว่าใบไม้จะท่วมล้นบ้าน ฯลฯ

คราวนี้น้องเค้าอาการกำเริบมา พอดีกับช่วงที่การเรียนตกต่ำครับ อาการจึงทรุด

อยากให้มองในมุมนี้บ้างครับ สงสารน้องเค้า

#30 By เสกสรร (203.152.37.194) on 2008-06-12 17:22

อยู่คนเดียว ระวัง "ความคิด"

ครับผม (__ __)
โรควิตกจริต จริงๆ ผมก็เป็นอยู่ครับ
แต่หลายๆ ครั้ง ใช้ยาแก้ที่ดีที่สุดคือ
"ช่างแม่ง"
แต่มันต้องออกมาจากใจจริงๆ ไม่ใช่ พยายามสะกดจิตตัวเองนะครับcry

น่าเห็นใจน้องเขาค่ะ ขอให้ดวงวัญญาณของน้องจงไปสู่สุคติ
และ
ขอบคุณข้อความดี ๆ ที่มาแบ่งปัน คงทำให้คนที่เกือบคิดสั้น เปลี่ยนใจได้บ้าง
อ่านหลายๆความเห็น ก็เห็นด้วยเกือบทุกคอมเม้นท์นะครับ

แต่ผมกลับไปนึกถึงเรื่อง The Joy Luck Club แทน ถ้าเป็นไปได้อยากกลับไปดูเรื่องนี้อีกมากๆ เลยครับ หรือว่าบอกคนที่คิดจะฆ่าตัวตายหรืออะไรทำนองนั้น ว่าให้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนกัน


#34 By อั๊พ on 2008-06-12 20:08

น่าเห็นใจเธอคนนั้นจริงๆค่ะ

ไว้อาลัยให้กิ่งด้วยคนค่ะ

หลับให้สบายนะคะ



Hot! Hot!

ชอบการ์ตูนจังค่ะ
อยากให้ชีวิตจริงของหลายๆคนไม่เจอเหตุการณ์กดดันนี้
เคยเป็นมาก่อน และการระบายด้วยการร้องไห้มันให้พอแล้วเริ่มต้นใหม่
มันก็เป็นทางออกที่ดี(แต่เจ็บตานะคะ ฮา~)

#35 By 【☆ EvE ♥ Kazunari ☆】 on 2008-06-12 20:16

ผลการเรียนไม่สำคัญเท่าการเรียนรู้

#36 By KC_CRUSH on 2008-06-12 20:18

อ่า....ยิ่งมาอ่านเรื่องนี้ แล้วคิดย้อนไปที่น้องคนนั้น..
น่าเสียดายจริงๆค่ะ

#37 By (^_^)/nana on 2008-06-12 20:22

แต่เดี๋ยวนี้จะเข้ามหาลัยต้องใช้คแนนคุณธรรมด้วยนะ
ฮ่าๆ เด็กคงไม่คิดสั้นแล้วล่ะ เหอๆๆๆๆ

#38 By bellbell on 2008-06-12 20:37

คงไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะสอบไม่ดีมั้ง
เพราะน้องเค้าสอบเทอมที่แล้วได้ B ตัวเดียว นอกนั้น A หมด
เหตุผลนี้คงไม่ใช่
เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ผมก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อไม่ทราบ ผมก็ไม่กล้าที่จะไปตัดสินอะไรน้องเค้า

คนเราถ้าไม่เคยเจอกับตัวก็อาจจะไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไง
คอยแต่จะมองคนอื่น แล้วยกตัวเองเหนือคนอื่น "ทำไมไม่ทำอย่างงั้น" "ทำไมไม่คิดถึงพ่อแม่" "ถ้าเป็นเราเราคงจะไม่ทำยังงั้น"
เก่งกันจริงๆ คนเรา

#39 By tuesday boy (58.64.113.238) on 2008-06-12 20:46

ใช่ ไม่ว่าลูกจะเป้นยังไง พ่อแม่ก็รักลูกเสมอ

ส่วนนิสิตคนนั้น เราอ่านข่าวแล้วยังเศร้าใจอยู่
ถึงเธอะไม่ได้เกียตินิยมแต่เธอต้องได้งานดีๆทำแน่ๆ

ไม่น่าคิดสั้นเลยเนอะ

#40 By ★TIMO★ on 2008-06-12 21:16

ขอบคุณสำหรับการ์ตูนค่ะbig smile มีข้อคิดดีมากเลย
มันอาจไม่ใช่เรื่องการเรียนก็ได้นะครับเนี่ย

#42 By bugton on 2008-06-12 22:23

ชอบมากมายครับ
โอ้โหย

ผมก็กำลังอยู่ในสภาพแบบนี้แหละครับ

Hot!

#44 By H i r o k i _ S a r u  on 2008-06-12 22:43

ถ้าน้องคนนั้นฆ่าตัวตายเพราะเรื่องผลการเรียนตามที่สันนิษฐานกัน
ก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ มีใครเยาะเย้ยหรือเปล่า? มีใครกดดันหรือเปล่า? การตัดสินใจฆ่าตัวตายน่ะมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ชั่วครู่เดียวเท่านั้นเอง สถานการณ์ขณะนั้นมันอาจจะส่งพอดี อย่างกำลังเศร้าๆ มีอะไรมากระทบเข้าอีกหน่อย - ก็เตลิดละทีนี้
...เฮ้อ

#45 By อีฟเองจ้า on 2008-06-12 22:45

ที่น้องเขียนมาถูกต้องที่สุดเลยค่ะ
เราไปเรียนหนังสือก็เพื่อให้ได้มีปัญหา มีความรู้
และที่สำคัญต้องมีสติด้วยจ้า.........
..
ปัญหาทุกอย่างมีทางออกถ้าเรามีสติจ้า
surprised smile

#46 By GoddessIsis on 2008-06-12 22:59

เห็นด้วยทุกประการเลยคับ

อุปสรรคต่างๆเราต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้

เป็นกำลังใจให้นิสิตนักศึกษาทุกคนคับ big smile

#47 By [Scarlet:3er0] on 2008-06-12 23:48

ไม่ค่อยเครียดเรื่องการเรียน
แต่เครียดเรื่องงาน ตอนที่ตกงาน+มีเรื่องทางบ้านก็คิดฆ่าตัวตายจริงจัง แต่ใจไม่ถึงก็เลยยังไม่ได้ลงมือ (อาจจะจริงจังไม่พอ ซึ่งก็ดีแล้ว)

แต่ละคนมีความต้านทานความเครียดไม่เหมือนกัน เรื่องใหญ่ของอีกคน อาจเป็นเรื่องเล็กของอีกคน บางทีปัญหามันยืดเยื้อยิบย่อยเกินทน ดังนั้นเราว่าเค้าจะฆ่าตัวตายก็คงไม่ผิด ถ้าคิดดีแล้ว ไม่อยากอยู่แล้วจริงๆ

บางทีอาจจะต้องเตือนใจตัวเองให้รู้จักใจเขาใจเรา เพื่อไม่ให้เป็นหนึ่งในสาเหตุให้คนบางคนฆ่าตัวตาย เพราะแรงกดดันส่วนมากมาจาก "คนรอบข้าง" (พูดวนไปวนมา งงมั้ยคะเนี่ย confused smile)

ชีวิตมีขึ้นมีลง คนที่ยังอยู่ก็สู้กันต่อไปค่ะ

#48 By honeynut on 2008-06-13 00:03

Hot! กดให้ด้วยความเต็มใจเลยครับ
Hot! พี่เขียนดีจังเลยค่ะ~.

#50 By [ i ]Rin on 2008-06-13 07:08