วันนี้ได้ดูข่าว

จึงทราบได้ว่า

น้องๆที่กำลังสอบเข้ามหาลัย

จะต้องเจอกับเจ้าพวกนี้

GAT ก็คือ  General Aptitude Test ความถนัดทั่วไป

PAT ก็คือ Professional Aptitude Test ความถนัดเฉพาะ วิชาชีพ

ไอ้ที่เอะใจก็คือ

ตอนที่หัวหน้าการออกข้อสอบ

เค้าให้สัมภาษณ์ว่า

ข้อสอบของเรานี่

ใช้การวิเคราะห์เป็นหลัก

 ซึ่งเป็นข้อสอบที่

ติวมาอย่างไรก็ไม่สามารถช่วยได้

(เค้าพูดอย่างนี้จิงๆนะเออ)

พูดอย่างงี้ปุ๊ป

ผมก็คิดในใจว่า

มันจะจริงอย่างที่เค้าพูดหรือป่าวว้า

ไอ้ผมก็ไม่ได้ไปสอบ

ก็เลยไม่เห็นข้อสอบ

ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไร

เลยลองไปอ่านข้อมูลดู

ปรากฏว่าเด็กส่วนใหญ่บอกว่า

ข้อสอบที่ออกมานี้

ยากแสดแสดดดดด~~

ยิ่งไปอ่านองค์ประกอบการเข้าคะแนนของมหาลัย

ที่ประกอบได้ด้วย จีแพค โอเนต แพะ แกะ

ต้องบอกคำเดียวว่า

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย......แสดแสดดด

(มันมีตั้งหลายคำนี่ -_-")

ผมก็ลองคิดไปคิดมาดู

ท่านก็เปลี่ยนแนวข้อสอบเป็นว่าเล่น

แต่ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนระบบการศึกษาของเมืองไทยเลย

ทำอย่างงี้

ท่านเอาเปรียบเด็กไปหรือปล่าว?

ผมไม่ได้ว่า การศึกษาไทย

ไม่ได้สอนเรื่องเกี่ยวกับ เหตุผล หรือการวิเคราะห์นะ

เพียงแต่ระบบการศึกษาของเมืองไทยส่วนใหญ่

ยังเน้นการท่องจำอยู่

(ในยุคผมนะ ไม่รู้รุ่นนี้เค้าเป็นไง แต่ถ้าที่โรงเรียนสอนดีแล้ว

เราจะไปติววิชานอกโรงเรียนทำเจี๊ยกอะไรเนอะ)

เท่าที่ผมรู้ก็คือ

คะแนนทุกคะแนนมีความสำคัญต่อเด็ก

และเป็นตัวกำหนดอนาคต

การที่ท่านจะเอาข้อสอบ

ที่เด็กไม่เคยมีพื้นฐานอย่างดี

มันเป็นตัววัดในการสอบเข้ามหาลัย

ผมว่า

มันไม่ค่อยแฟร์เลยนะท่าน

ถ้าท่านจะกรุณาบอกก่อนซักสามเดือนว่า

เราจะออกข้อสอบแนวนี้น้า

เน้นการวิเคราะห์อย่างนี้น้า

มีกฎกติกาอย่างนี้น้า

ผมว่าท่านจะดูงามหน้ากว่าตอนนี้มากเลยนะ

(มันคงเป็นไปได้ยากเนอะ)

มัวแต่ไปมองในมุมตัวเอง

ไม่เคยมองในมุมของเด็ก

เด็กเค้าจะลำบากนะท่าน

ผมอยากจะส่ง โฟร์มด

ไปร้องเพลง เปลี่ยนกันมั้ย?

ที่หน้าสำนักงานท่านจิงๆ

เผื่อท่านจะคิดได้บ้าง

ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการสอบเข้ามหาลัยก็คือ

การช่วยให้เด็กๆทุกคนเค้าไปเข้าไปเรียนในสิ่งที่

เหมาะสมกับเค้านี่เอง

แต่

สิ่งที่เหมาะสมกับเราอาจจะไม่จำเป็นว่าเป็นสิ่งที่เราชอบ

หรือ

การที่เราอยากเรียนไม่ได้หมายความว่า

เมื่อเราเรียนไปแล้วเราจะต้องชอบเสมอไป

การที่เราจะรู้ว่าเราชอบอะไรมันต้องลองก่อน

ถึงจะรู้ว่าเราชอบหรือไม่ 

ถ้าอยากรู้ว่าตัวเราชอบอะไร

ก็ต้องลองเยอะๆ

กล้าที่จะลอง

ลองเรียนนู่น เรียนนี่

เมื่อเวลาผ่านไป

สิ่งที่ยังอยู่กับเรา เรายังให้ความสนใจอยู่

มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราชอบก็ได้

บางคนอาจจะโชคดีที่เจอไว

บางคนตอนนี้อาจจะยังหาไม่เจอ

แต่ผมมั่นใจว่าถ้ากล้าที่จะลองแล้ว

จะต้องมีซักวันหนึ่งแน่นอน

ที่น้องๆทุกคนจะหาสิ่งที่ชอบเจอ

ขอให้โชคดีในการสอบทุกคนคับ

edit @ 8 Mar 2009 03:42:12 by seaugpor

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องของแพะกะแกะ

#10 By casino online (61.19.66.31) on 2011-04-22 00:50

ถูกต้องคะพี่ชาย
เด็กบ้านนอก(อย่างเรา)กับเด็กกรุงเนี่ย
มันมีวิถีชีวิต วิธีเรียนวิธีอ่านที่ต่างกันเนอะ
ผู้ใหญ่ฟังเด็กซะบ้างนะคะะะะะะะะHot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By n88 on 2009-03-18 02:20

หนูก็คงต้อง เจอเจ้าแกะ กับ แพะในม.5นี่แหละ
เครียดๆ แต่จะยิ้มสู้big smile

#8 By amp_chinj on 2009-03-12 15:51

เรียนมากก็ปวดหัว

สอบแบบมั่วๆ ไปเหอะน้อง

คำคมวันนี้ เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง

มหาลัยไหนก็ไม่ต่าง เพราะสุดท้าย ก็มหาลัยชีวิตเดียวกัน นะจะบอกให้

confused smile confused smile confused smile

#7 By iheartia on 2009-03-10 22:15

หวัดดีคับเสี่ยวป้อ หายยยย ไปนานนน เลยยย
กลับมาอีกทีพร้อม สาระและความบันเทิงอีกเช่นเคยนะเนี่ย!!!

#6 By Ihayo09 on 2009-03-09 22:35

เกิดเป็นเด็กยุคนี้ต้องทำใจ

#5 By WhiteMapleS on 2009-03-08 09:25

แพะกับแกะจริงๆด้วย Hot!

#4 By HineyHelsinki on 2009-03-08 09:18

เคยผ่านพ้นช่วงนั้นมาสมัยเอนทรานซ์เป็นปีรองสุดท้าย มิเช่นนั้นคงหัวปั่นใช่เล่นsad smile

การติวนอกโรงเรียนไม่จำเป็นเสมอไปนะเออ เพื่อนผมติดแพทย์โดยที่ไม่ได้เรียนพิเศษแต่อย่างใด(แถมเป็นเด็กโคตรกิจกรรม) สุดท้ายก็อยู่ที่ความใส่ใจของเราเอง

#3 By เม็ดบ๊วย on 2009-03-08 04:12

จับแพะชนแกะsad smile

#2 By wesong on 2009-03-08 04:01

ผมยังไม่รู้ว่าระบบสอบปัจจุบันเป็นอย่างไร แต่เห็นด้วยเรื่องที่ควรแก้ที่ระบบการศึกษาครับ confused smile

เพราะที่ผ่านมาแก้ระบบสอบไปตั้งหลายทีแล้ว เปลี่ยนชื่อก็หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายน่ะครับ
Hot!

#1 By SkyKiD on 2009-03-08 03:55